{FIC} GAME OVER CH.14

posted on 21 Jul 2015 21:22 by yzeciii in GAMEOVER directory Fiction, Asian
 
 
 
 
 

Title : GAME OVER

 
Chapter : 14 {เกมที่สิบสาม}
 
Author: i_cezy
 
Paring: Channuneo
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีของฮวางชานซองหรือเป็นโชคร้ายของใครสักคนกันแน่

วันนี้ฮวางชานซองมาที่โรงพยาบาลเพื่อเข้าพบแพทย์ประจำตัวของเขา และเขาก็มีนัด

ทานข้าวกลางวันกับพี่คุณ


แต่เมื่อเขาเดินผ่านห้องแห่งหนึ่ง มองลอดกระจกใสไป จึงพบเห็นบุคคลคุ้นตา คนที่หายไปจาก

ชีวิตเขาเมื่อหลายปีก่อน และปัจจุบันก็เพิ่งหนีหายไปจากชีวิตเขาอีกครั้ง เขาพยายามเพ่งสายตา

มองก็พบว่าคนคนนั้นกำลังนั่งอ่านแฟ้มเอกสารอยู่ หัวคิ้วขมวดพันกันยุ่ง ฉุกคิดขึ้นได้ว่าแล้ว

คนตัวเล็กมาทำอะไรที่โรงพยาบาลนี้ แล้วแถมยังอยู่ในห้องทำงาน และคนตัวเล็กนี้ก็เหมือนจะ

ไม่ใช่คนไข้แน่นอน คิดได้ดังนั้นจึงต่อสายหาพี่คุณทันที


 


“พี่คุณ..สะดวกคุยหรือเปล่าครับ?”



“อ่า..ว่าไงชานซอง แหมโทรมาเสียงเครียดเชียว” พี่คุณตอบมาด้วยเสียงติดขำอยู่นิดๆ



“ผมมีเรื่องจะถามนิดนึง ตอนแรกก็ว่าจะถามตอนเราเจอหน้ากัน แต่ผมทนไม่ไหว คือ..ว่า คือผมเจอ

จุนโฮทีโรงพยาบาลของพี่ แต่ผมกับเขาทะเลาะกันนิดหน่อย ผมอยากรู้ว่าเขามาที่โรงพยาบาล

ทำไม คือว่าที่ผมถามเพราะผมเป็นห่วงเขานะครับ แต่ว่าเขาคงยังโกรธและคงยังไม่อยากคุยกับผม

ผมเลยไม่กล้าเข้าไปทัก พี่คุณพอจะรู้มั้ยครับ?”



“อ่อออ จุนโฮหรอ? ก็มาทำงานทีนี่ไง มาเป็นผู้ช่วยจิตแพทย์ แกไปทะเลาะอะไรกับไอ้ตัวเล็ก

รีบๆดีกันซะนะ โอ๊ะ! พี่โดนเรียกละ แค่นี้ก่อนนะ เจอกันตอนกินข้าว”



“โอเคครับ”



หลังจากพี่คุณวางสายไป ริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มให้กับภาพตรงหน้า อีจุนโฮมาทำงานที่นี่หรอ?

ช่างเป็นพรหมลิขิตจริงๆนะ ยังไงนายก็หนีฉันไม่พ้นหรอกอีจุนโฮ



ฮวางชานซองละสายตาจากภาพตรงหน้า แล้วเดินไปติดต่อธุระที่เคาน์เตอร์ เพื่อสอบถามให้แน่ใจ

ว่า ผู้ช่วยจิตแพทย์คนใหม่ มาแทนผู้ช่วยจิตแพทย์คนเก่าของเขาที่เพิ่งลาออกไปหรือเปล่า?

และคำตอบก็เป็นที่หน้ายินดีเหลือเกินสำหรับชายหนุ่มคนนี้ อีจุนโฮคือผู้ช่วยจิตแพทย์คนใหม่

ที่มาแทนคนเก่าที่ลาออกไป และเขาก็เป็นหนึ่งในคนไข้ของผู้ช่วยจิตแพทย์คนนั้น เท่ากับเขาก็

ต้องได้เป็นคนไข้ของผู้ช่วยจิตแพทย์คนใหม่โดยอัตโนมัติ

 

 

 


ใช่.. คุณฟังไม่ผิดหรอก ฮวางชานซองเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลนี้ 


 


เวลาช่างเดินเร็วเหลือเกิน ใครคนนึงที่พยายามหลบหนี ใครคนนึงพยายามตามล่า และมันก็ถึงวันที่

ผู้ถูกล่าจะถูกผู้ล่าต้อนให้จนมุม



เนื่องจากเมื่อวานชานซองได้เข้าพบแพทย์ประจำตัวของเขา และพยายามบอกว่าช่วงนี้อาการเขา

กำเริบ เขาต้องการพบผู้ช่วยจิตแพทย์เพื่อปรึกษาและพูดคุยเกี่ยวกับอาการ และการปฏิบัติเพื่อ

ฟื้นฟูในช่วงนี้ แพทย์ประจำตัวของเขาจึงเขียนใบนัดเพื่อพบที่ปรึกษาด้านจิตแพทย์ในวันนี้

เสียงหัวใจเต้นประหนึ่งเสียงรัวกลอง เขากำลังบิดลูกประตูเพื่อไปพบเหยื่อของเขาในวันนี้

 


“สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อนเลยนะครับ” ผู้ช่วยจิตแพทย์คนใหม่กล่าวทักทายคนไข้โดยที่ยังไม่ได้

เงยหน้าขึ้นมามองเลยสักนิดว่าคนไข้คนนี้เป็นใคร เนื่องจากวันนี้เขาทำงานเป็นวันที่สอง

อะไรๆก็ยังไม่ลงตัว และพี่หมอของเขาบอกว่าวันนี้มีเคสคนไข้จองตัวเขาด่วน เพราะอาการกำเริบ

เขาจึงยังไม่ได้ศึกษาประวัติคนไข้คนนี้เลยสักนิด

 


“ฮึ!”

 


หลังจากสิ้นเสียงตอบรับจากคนไข้รายนี้เท่านั้นเอง อีจุนโฮต้องเงยหน้าขึ้นมา เพราะน้ำเสียง

ที่คุ้นเหลือเกิน หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง เพื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบกับ

 


“ชะ ชานซอง”



“ฮึ! เป็นยังไง? สบายดีมั้ยอีจุนโฮ? หนีไปจากฉันได้อีกครั้ง นายรู้สึกดีใช่มั้ย? สนุกใช่มั้ย? ทำร้าย

จิตใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า นายคงสนุกดีสินะ สัญญาที่นายเคยพูดไม่ว่าจะกี่ครั้ง มันก็เป็นเพียงลมปาก

ที่นายไม่เคยรักษามันได้เลยสักครั้ง!” คนไข้ตัวสูงกระแทกเสียงตอนท้ายประโยคอย่างรุนแรง

จนคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก

 


“เอ่อ..ชานซอง เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ คือเรา คือ คือเรา..” ในหัวของคนตัวเล็กสับสน

ไปหมด เขาไม่รู้จะตกใจคำพูดของชานซองดี หรือจะตกใจที่ชานซองทำไมถึงมาเป็นคนไข้แผนก

จิตเวช ในใจเขามีแต่คำว่าทำไม ทำไม เต็มไปหมด

 


“คือ? คืออะไร? จะโกหกอะไรฉันอีก? พอเถอะ! ฉันไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวอะไรจากนาย

แม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่ได้อยากฟัง!”

 


เกิดความเงียบไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆห้องนี้ เนื่องจากอีจุนโฮก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปอีก

และชานซองก็อยู่ในอารมณ์โมโหอย่างรุนแรง และในที่สุดคนไข้ตัวสูงก็เป็นคนทำลายความเงียบนี้

 


“เอาละ ในเมื่อนายต้องการให้มันเป็นแบบนี้ ในเมื่อนายต้องการเดินออกจากชีวิตฉันอีกครั้ง

ฉันก็ไม่ต้องการอะไรจากนายอีก ต่อไปนี้นายกับฉันเรารู้จักกันในที่ปรึกษาทางจิตและคนไข้

เท่านั้น!”

 


“ชะ ชานซอง นะ นาย.. ทำไมถึงเป็นคนไข้หล่ะ” อีจุนโฮถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยความรู้สึก

ตกใจ งุนงง เสียใจ และเป็นห่วงมากมายอัดอั้นอยู่ในหัวใจดวงเล็กๆดวงนั้น

 


“ฮึ! นายยังกล้ามาถามอีกหรอ? ว่าทำไมฉันถึงมาเป็นคนไข้ ทำไมหล่ะ? นายไม่ได้อ่านประวัติ

คนไข้ก่อนเข้าทำงานหรอ? ว่าฉันเป็นแบบนี้เพราะอะไร ความเจ็บปวดรวดร้าวทรมานทั้งหมด

เพราะใคร!”

 


เมื่อพูดจบก็เป็นชานซองเองที่ทนอารมณ์ตัวเองไม่ไหว ก่อนที่เขาจะทำร้ายคนตรงหน้า เขาจึง

เลือกเดินออกจากห้องไป เสียงปิดประตูดัง ปั้ง! ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก พร้อมน้ำตาที่รินไหล

ออกมาทั้งหมดหลังจากอัดอั้นมานาน เพราะชานซองไม่ชอบเห็นน้ำตาเขา เขาจึงไม่กล้าร้องไห้

ต่อชานซอง เขารู้ว่าชานซองจะหงุดหงิด แต่ตอนนี้เขาทนไม่ไหวแล้ว น้ำตารินไหลอย่าง

ไม่ขาดสาย คนตัวเล็กได้แต่นั่งสะอึกสะอื้น และหยิบแฟ้มประวัติคนไข้ด้านหน้าเขียนว่า

‘ฮวาง ชานซอง’ ขึ้นมาจ้องและค่อยๆเปิดอ่านมันพร้อมน้ำตา..

 

 

 

 


 

다라고 말할 줄 알았나 본데

นั่นคือสิ่งที่คุณอยากได้ยินจากผมใช่ไหม?

치사한 반칙에 가려진 너의 game play

เกมของคุณเต็มไปด้วยกลโกงสกปรกเก็บซ่อนไว้

아주 차갑게 돌아서 나를 떠나는데

คุณหันหลังและจากผมไปอย่างเยือกเย็น

And when you left Man you thought I was gonna break

และในตอนที่คุณจากผมไป คุณคงคิดซินะว่าผมจะแตกสลาย

(But now I’m feeling stronger)

(แต่ตอนนี้ผมกลับแข็งแกร่งขึ้น)

 

หลังจากได้นั่งอ่านประวัติคนไข้ของชานซองแล้วจุนโฮก็พบว่าเขาไม่สามารถควบคุมน้ำตาตัวเอง

ให้หยุดไหลได้ อยากขาดใจตายตรงนั้นไปซะ ทำไมเรื่องทั้งหมดต้องเป็นแบบนี้ด้วย คนตัวเล็ก

ได้แต่หวีดร้องอยู่เพียงลำพัง พร้อมสายน้ำที่ไหลอาบแก้มอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 


และเมื่อคนตัวเล็กตั้งสติได้จึงถือประวัติคนไข้ด้วยมือไม้ที่อ่อนแรง พร้อมดวงตาที่บวมเป่ง

เดินออกไปเพื่อหาใครบางคน วินาทีนั้นเขาไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองเขายังไง แต่เขาต้องการ

ความจริงทั้งหมดของเรื่องนี้ ถ้าสาเหตุทั้งหมดเกิดจากเขา เขายอมให้ชานซองทำร้ายเขาให้

มากกว่าที่เคย เขายอม ยอมทุกอย่างแล้วจริงๆ

 


“พี่คุณครับ..ผมมีเรื่องจะคุยด้วยครับ” เอ่ยเสียงสะอื้นเมื่อเจอพี่ชายที่แสนดีตรงหน้า

 


“ตายแล้วตัวเล็ก ใครทำอะไรเรา รอแป๊บนะ เดี๋ยวพี่ไปเคลียร์งานแป๊บนึงนะ นั่งรอในห้องพี่นะ

หยุดร้องไห้ได้แล้ว ไม่เอาสิ”



พี่คุณพูดจบก็รีบวิ่งไปเคลียร์งานหลังจากที่เห็นสภาพคนตัวเล็กของเขา เกิดอะไรขึ้นกับน้อง

ของเขา เมื่อตอนเจอกันยังดีๆอยู่เลย ทำไมตอนนี้เป็นแบบนี้



 

“จุนโฮอ่า..หยุดร้องไห้ก่อนนะ พี่ขอร้องนะ มีอะไรค่อยๆพูดกับพี่นะ แต่หยุดร้องไห้ก่อนนะ”

 


“ฮึก..พี่คุณ..ฮือ ผม คือผม”

 


“ตัวเล็ก! พี่ขอสั่งให้เราหยุดร้องไห้ ไม่งั้นพี่จะไม่คุยกับเราแล้วนะ” คนเป็นพี่ต้องใช้มาตรการนี้

น้องถึงจะยอมหยุดสะอื้น ไม่งั้นวันนี้ต้องคุยไม่รู้เรื่องแน่เลย ถ้าเขารู้ว่าใครทำอะไรน้องเขา

เขานี่แหละจะไปจัดการมันเอง



“พี่คุณ ฮึก ครับ.. ทำไมชานซองถึงเป็นคนไข้ล่ะครับ?”

 


“หืม? ชานซอง? คนไข้?”



“ก็ ก็ ก็ชานซองมีประวัติเป็นคนไข้ที่แผนกผม แล้วประวัติก็ ฮืออฮือ เป็นเพราะผม ต้องเป็นเพราะ

ผมแน่ๆ ฮือพี่คุณ” ก้อนสะอื้นของอีจุนโฮที่กลั้นไว้ในที่สุดก็กลั้นมันไม่ไหว น้องร้องไห้ออกมาอีก

ระลอก ร้องจนคนเป็นพี่กลัวว่าจะไม่มีน้ำตาให้ไหลออกมาอีกแล้ว

 


คนเป็นพี่เริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว ทั้งเรื่องราวของฮวางชานซองและเรื่องราวของคนตัว

เล็กตรงหน้า เขาพอจะเข้าใจแล้ว ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้ คนสำคัญของฮวางชานซอง

ก็คือคนตรงหน้าเขา และทั้งสองคนนั้นก็ต้องเคยมีความสัมพันธ์กันในอดีตอย่างแน่นอน

 


“หยุดร้องไห้นะคนดีของพี่ จุนโฮอยากรู้อะไรพี่จะเล่าให้ฟังหมดเลยนะ หยุดร้องไห้ก่อนนะ แล้ว

บอกพี่ทีว่าเมื่อหกปีที่แล้วจุนโฮใช่คนที่ทิ้งชานซองไปใช่มั้ย? ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ตัวเล็ก

เล่าให้พี่ฟังให้หมดนะ หลังจากนั้นพี่จะอธิบายเรื่องของชานให้เราฟังเอง” พี่คุณกล่าวพร้อมลูบหัว

ปลอบน้องน้อยในอ้อมอกให้หยุดร้องไห้ ดึงน้องมาสบตาแล้วเช็ดน้ำตาให้ด้วยความสงสาร

 


“ใช่ครับ..ผมเอง ผมฮึก ผมเองที่ทิ้งชานซองไป..”

 


“ผะ ผม กับฮึก ชานซองเป็นพี่น้องกัน..”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อ 12 ปีก่อน